อุ่นไอข้าว ในยามเช้าตรู่-ไนติงเกล

สิงหาคม 06, 2014, 10:27:39 AM โดย chowna
0
1962
นานๆครั้งผมถึงจะมีโอกาสตื่นเช้า และได้ทำกับข้าวสักครั้ง และก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะรู้สึกดีและสดชื่นเท่ากับวันนี้

เมื่อเช้า ขณะที่กำลังอุ่นแกงเขียวหวานที่เก็บไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็น ในสมองก็คิดถึงเรื่องจิปาถะสารพัด เรื่องที่เป็นเรื่องบ้าง และเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องบ้าง แต่ที่สุดแห่งความคิดที่ทำให้ต้องรีบมานั่งเขียน ก็คงจะเป็นความทรงจำในครั้งเก่าก่อน...ความทรงจำที่ผุดโผล่ขึ้นมาพร้อมๆกับไอข้าวหอมกรุ่น ไอสีขาวที่ลอยขึ้นสูงและกระจายไปในอากาศ ท่ามกลางอวลแดดบางเบาที่ลอดผ่านประตูเข้ามา

...ย้อนกลับไปเมื่อสมัยยังเด็ก ยังจำได้ว่าพื้นที่แถวนี้ยังเป็นป่า ในหมู่บ้านแต่ละแห่งจะอยู่กันอย่างเงียบๆ ยามกลางวันผู้คนจะออกไปทำงานเกษตรกรรม เย็นๆค่ำๆจึงจะกลับบ้านมาพักผ่อน รถราที่ไม่ได้มีเยอะแยะมากมายทำให้อากาศดี และปลอดมลภาวะทางเสียง สิ่งเดียวที่อาจทำให้คนทั้งหมู่บ้านตกใจ ก็คือเวลาที่เด็กๆเล่นกันแล้วมีเสียงร้องกรี๊ดๆ แต่เสียงนั้นก็ยังจัดไว้อยู่ในความสงบสบายของหมู่บ้านในอดีตได้


ในยามเช้า... สิ่งที่ผมมักลืมตามาเห็นจะเป็นกลุ่มควันขาวๆซึ่งลอยมาจากครัวของบ้านแต่ละหลัง สมัยก่อนแม้จะมีเตาแก๊ส แต่ก็ใช้ว่าทุกคนจะนิยม ยังคงมีการก่อไฟนึ่งข้าวเหนียวกันราวกับว่าทุกคนคือสาวกของเตาอั้งโล่ (และจะว่าไป ผมก็ยังไม่เคยเห็นใครใช้เตาแก๊ส - เตาไฟฟ้านึ่งข้าว) จากนั้นฆานประสาทก็จะรับรู้ถึงกลิ่นหอมของฟืนไหม้หอมๆที่ไม่ได้มีกลิ่นเหมือนควันจากท่อรถยนต์หรือควันจากการเผาขยะ เพราะในกลิ่นไหม้นั้นไม่ได้แห้งแล้ง แต่ชุ่มชื้นอย่างน่าประหลาด

พอลองตรงไปที่ห้องครัวประจำบ้านแต่แยกออกจากตัวเรือน ก็จะพบว่าที่ตรงนั้น คุณยายจะนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่เรียกว่าก๊อบ แล้วก็จะใช้กระบอกไม้ไผ่ที่กลวงในตลอดลำ ปลายข้างหนึ่งจะจ่อไปทางเตาไฟที่มีถ่านสีแดงคุ ส่วนอีกปลายหนึ่งจ่อติดกับปาก แล้วเป่าลมลงไป ถ่านที่มีสีแดงหม่นๆอยู่ก็จะแดงวาบตามแรงลม วาบ...วาบ... แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ เปลวเพลิงส่ายสาดอยู่ในขอบเขตของเตา ข้างใต้ซึ้งนึ่งข้าวที่ดำแสนจะดำ

ตอนเช้าๆ หากเป็นวันที่ไม่ได้ไปโรงเรียน(ผมนิยมจำวันที่ไม่ต้องเรียนหนังสือมากกว่า) สิ่งที่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำคือการเล่น พื้นที่ในการเล่นจะถูกจำกัดแถวๆบริเวณบ้าน เพราะหากคุณแม่เรียกแล้วไม่ได้ยิน หรือมาไม่ทัน คุณแม่ก็จะกลายร่างเป็นคุณแม่มดไปเลยทีเดียว... ของเล่นยามเด็กนั้นจะว่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อย ถ้าหากนับแต่เฉพาะของเล่นที่ต้องซื้อหามา ก็เรียกได้ว่ามีน้อยเกือบๆจะไม่มีเลย แต่ในขณะเดียวกัน ของเล่นริมทางกลับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพียงก้อนหิน เมล็ดต้อยติ่ง กิ่งไม้ ก้านกล้วย หรือซีกไม้ไผ่ แค่ผืนแผ่นดินโล่งๆสักหน่อยก็สามารถเป็นที่เล่นของเด็กๆได้แล้ว...

แต่สิ่งสำคัญของเด็กๆดูเหมือนจะเป็นเพื่อนเล่นมากกว่า ขอให้มีเพื่อนเล่นเถอะ เล่นได้หมดแหละ

จนกระทั่งช่วงเกือบๆเจ็ดโมงครึ่ง คุณแม่(ภาคใจดี)ก็จะเอาเสื่อมาปูตรงชานหน้าบ้าน ซึ่งเป็นพื้นปูน จากนั้นก็ยกสำหรับมาตั้งบนขันโตก สักครู่ ทุกคนก็จะมาล้อมวง อาหารบนขันโตกนั้นไม่ได้มีมาก กับข้าวเพียงแค่อย่างสองอย่าง แต่ว่าเยอะพอสำหรับคนทุกคน ผมสังเกตเห็นคุณตาจะปั้นข้าวกำใหญ่ๆ แล้วค่อยบิดข้าวจากปั้นนั้นใส่ปาก ในขณะที่ผมมักจะบิดทีละน้อยจากจานมากกว่า ระหว่างที่กินข้าวนั้นก็จะมีเสียงข่าววิทยุคลื่นเอเอ็ม ชื่อรายการยังจำติดหูถึงทุกวันนี้ “เซียนเป๋เฮข่าว” ซึ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆในจังหวัด และถ้าหากมีข่าวไหนที่น่าสนใจพอ ตาก็จะวิพากษ์วิจารณ์ประหนึ่งหัวหน้าหน่วยงานอะไรสักอย่างที่เปิดประชุม แล้วคนอื่นๆก็จะแสดงความคิดเห็นกันยกเว้นแต่พวกเด็กๆอย่างผมที่รีบกินแล้วจะรีบไป(เล่น)

ที่บ้านมีหมาอยู่ตัวหนึ่ง(แต่ตอนนี้มันตายไปแล้ว) ทุกวันมันจะมานั่งรออยู่ห่างๆ คุณหมามารยาทดีไม่เคยแม้แต่จะกล้ำกรายเข้ามาใกล้วงอาหารจนเกินไป จนคนลุกกันหมดแล้ว มีคนเอาอาหารไปให้ นั่นแหละ มันจึงจะได้กิน เป็นมารยาทที่ไม่รู้ว่าใครหัดมา แต่น่ารักดี

อุ่นไอข้าวในวันนี้ ทำให้ผมได้ระลึกย้อนไปในวันเก่าๆแล้วยิ้มออก ยามเช้าตรู่สมัยก่อนกับสมัยนี้ดูแตกต่างกันลิบลับ อาจแยกไม่ออกทางสายตา แต่มันแบ่งชัดเจนในความรู้สึก... ในส่วนลึกของจิตใจ อาจเป็นไปได้เพราะผมโตขึ้น แต่...โลกก็โตขึ้นเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ดี... วันนี้ผมก็คงกินข้าวอย่างมีความสุขอีกวัน...

ดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อุ่นไอข้าว ในยามเช้าตรู่ โดย ไนติงเกิล
http://www.ebooks.in.th/ebook/6577/อุ่นไอข้าว_ในยามเช้าตรู่




ยังไม่มีความคิดเห็น